วัดหัวเตย (Wat Hua Toei)

วัดหัวเตย (Wat Hua Toei)

               วัดหัวเตยเป็นวัดที่เก่าแก่วัดหนึ่งของจังหวัดพัทลุง ตั้งอยู่ที่บ้านหัวเตย เลขที่ ๓ ๓ หมู่ที่ ๓ ตําบลดอนทราย อําเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีเนื้อที่ตั้งวัด ๑๑ ไร่ ๓ งาน ๐๓ ตารางวา หลักฐานสิทธิ์ครอบครองที่ดิน น.ส. ๓ ก. เลขที่ ๒๑๖๔ วันที่ ๓๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ นายรัศมี ซ้ายขวัญ ได้ซื้อที่ดินทางทิศเหนือของวัด ซึ่งอยู่ติด กับพื้นที่วัด จากนายล่อง ซ้ายขวัญ จํานวน ๕ ไร่ ๓ งาน ๘๒ ตารางวา เพื่อถวายให้ขยายวัด (นายล่อง ซ้ายขวัญ ขายแบบร่วมทําบุญด้วยในราคา ๓๐๐,๐๐๐บาท) หลักฐานสิทธิ์ครอบครองที่ดิน โฉนดที่ดิน เลขที่ ๒๔๕๓ รวมดินทั้งสองแปลงเป็นพื้นที่จํานวน ๑๖ ไร่ ๒ งาน ๘๕ ตารางวา 
              วัดหัวเตยตั้งอยู่ในพื้นที่ลาบลุ่มแวดล้อมไปด้วยที่นาของชาวบ้าน ทิศเหนือติดต่อกับถนน สาธารณประโยชน์ ทิศตะวันออกติดต่อกับคลองแบ่งเขตระหว่างจังหวัดพัทลุง - สงขลา และที่นาของชาวบ้าน ทิศใต้ติดต่อกับคลองแบ่งเขตระหว่างจังหวัดพัทลุง - สงขลา ทิศตะวันตกติดต่อกับถนนสาธารณประโยชน์ 
วัดหัวเตยสร้างขึ้นเป็นวัดประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาประมาณ พ.ศ. ๒๒๘๕ และได้ทําการผูกพัทธสีมาในปีเดียวกัน ต่อมา พ.ศ.๒๕๓๘ ทางวัดหัวเตยได้สร้างอุโบสถหลังใหม่ขึ้นจึงทําการ สวดถอนอุโบสถหลังเก่า แล้วทําการขอพระราชทานวิสุงคามสีมาใหม่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาใหม่ วันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๓๕ แล้วปีถัดมา พ.ศ.๒๕๔๐ จึงทําการผูกพัทธสีมาอุโบสถหลังใหม่ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๘๐ เมตร วัดหัวเตยเป็นวัดที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาก่อนในอดีต เป็นแหล่งสรรพวิชาที่มีผู้คนได้หลั่งไหลเข้ามาศึกษา เรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นบรรพชิตหรือคฤหัสถ์ แล้วแต่ใครสนใจศึกษาเรื่องใด เช่น เรียนภาษาไทย เรียนภาษาขอม วิชาอาคม หมอดู หมอยา เทศน์ทํานองมหาชาติ เทศน์ธรรมะ สวดแหล่ สวยแปล สวดโอ่ สวดยึด รวมถึง ฝึกหัดมโนราห์ หนังตะลุง เล่นพระมาลัย นับได้ว่าวัดหัวเตยเป็นประดุจดังแหล่งตักสิลาในท้องถิ่นนั้นเลยทีเดียว ปูชนียวัตถุมีพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยในวิหาร(อุโบสถหลังเก่า) ๓ องค์ สร้างสมัยกรุงศรีอยุธยา องค์ประธานหน้าตักกว้าง ๔๒ นิ้ว องค์บริวารด้านขวา หน้าตักกว้าง ๓๐๖ นิ้ว องค์บริวารด้านซ้าย หน้าตัก กว้าง ๓๕ นิ้ว พระพุทธรูปแกะสลักด้วยไม้จันทร์ปางอุ้มบาตร ๑ องค์ สร้างสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ความสูงรวมฐาน ๑๕๐ เซนติเมตร พระพุทธชินราชจําลองพระประธานประจําอุโบสถหล่อด้วยทองเหลือง ลงรักปิดทอง ๑ องค์ หน้าตักกว้าง ๖๐ นิ้ว พระประธานประจําศาลาการเปรียญปางสมาธิหล่อด้วยทองเหลือง ลงรักปิดทอง ๑ องค์ หน้าตักกว้าง ๔๓ นิ้ว พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรจําลอง (พระแก้วมรกต) พระประธานประจําอาคารปฏิบัติธรรมหล่อด้วยแก้วเทียม ๑ องค์ หน้าตักกว้าง ๒๕ นิ้ว พระประธานประจํา หอฉันปางประทานพรหล่อด้วยทองเหลือง ๑ องค์ หน้าตักกว้าง ๓๕ นิ้ว พระประธานประจําศาลาบําเพ็ญกุศล ปางนาคปรกหล่อด้วยทองเหลือง ๑ องค์ หน้าตักกว้าง ๓๐ นิ้ว พระพุทธรูปปูนปั้นปางเปิดโลก ความสูง ไม่รวมฐาน ๔.๑๕ เมตร พระสีวลีแกะสลักด้วยหินสีขาว ๑ องค์ ขนาดความสูงรวมฐาน ๕๖ นิ้ว ภาพพระบฏ ๓ ผืน ผืนที่ ๑ ขนาดกว้าง ๕๐ เซนติเมตร ยาว ๓๓๕ เซนติเมตร เขียนเรื่องพุทธประวัติ ผืนที่ ๒ ขนาดกว้าง ๘๔ เซนติเมตร ยาว ๒๓๐ เซนติเมตร เขียนรอยพระพุทธบาทข้างขวา พื้นที่ ๓ ขนาดกว้าง ๘๔ เซนติเมตร ยาว ๒๓๐ เซนติเมตร เขียนรอยพระพุทธบาทข้างซ้าย รูปเหมือนอดีตเจ้าอาวาส ๓ องค์ หล่อด้วย ทองเหลือง คือ พ่อท่านไข่ พ่อท่านปลอด และพระครูฉิง เขมโก อาคารเสนาสนะต่างๆภายในวัดที่มีอยู่ในปัจจุบัน คืออุโบสถ ขนาดกว้าง 9 เมตร ยาว ๑๖ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕๓๘ , วิหาร(อุโบสถหลังเก่า) ขนาดกว้าง ๔.๕๐ เมตร ยาว ๑๒ เมตร สร้างประมาณ พ.ศ.๒๒๘๕, ศาลาการเปรียญ ขนาดกว้าง ๑๕ เมตร ยาว ๒๔ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕๓๐ , อาคารปฏิบัติธรรม ขนาดกว้าง ๑๖ เมตร ยาว ๒๘ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕๕๕, กุฏิเจ้าอาวาส ขนาดกว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๑๖ เมตร สร้าง พ.ศ.๒๕๒๑, อาคารพิพิธภัณฑ์ ๒ ชั้น ขนาดกว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๒๐ เมตร สร้าง พ.ศ.๒๕๔๗ , ศาลาหอฉัน ขนาดกว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๒๐ เมตร สร้าง พ.ศ.๒๕๒๔ , ศาลาบําเพ็ญกุศล ขนาดกว้าง ๑๕ เมตร ยาว ๒๐ เมตร สร้าง พ.ศ.๒๕๔๕, ศาลาโรงเลี้ยง ขนาดกว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๔๘ เมตร สร้าง พ.ศ.๒๕๕๑, ศาลาพระประจําวัน ขนาดกว้าง ๒ เมตร ยาว ๑๖ เมตร, ศาลาพักร้อน ขนาดกว้าง ๓.๕๐ เมตร ยาว ๒ เมตร สร้าง พ.ศ.๒๕๔๖, เมรุเผาศพ แบบ ๑ เตาเผา สร้าง พ.ศ.๒๕๔๓, ห้องน้ํา-ห้องสุขา ขนาดกว้าง ๑.๖๐ เมตร ยาว ๑.๘๐ เมตร จํานวน ๓๒ ห้อง 
               จากหลักฐานที่ปรากฏทําให้เห็นว่าวัดหัวเตยมีอายุยาวนานผ่านมาหลายยุคหลายสมัย บางครั้งก็รุ่งเรือง บางคราวก็ซบเซา แล้วแต่โอกาสแล้วแต่ความสามารถของผู้นําในยุคนั้นๆ จากคําบอกเล่าของคนในยุคก่อน แล้วนํามาบันทึกในภายหลังทําให้พอรับรู้ได้ว่าเจ้าอาวาสของวัดหัวเตยมีอยู่หลายรูปด้วยกัน บางรูปก็ได้รับการ แต่งตั้งอย่างเป็นทางการ บางรูปก็เพียงแต่ได้รับการเรียกขานจากชาวบ้านเท่านั้น เพราะเป็นผู้อาวุโสสูงสุดในขณะนั้นเวลานั้น  โดยตั้งแต่ปี พ.ศ.2546 ถึงปัจจุบันมีพระครูประภัศร์ธรรมวาที (สันทัด ปภสฺสโร) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image


คะแนนโหวต :
image
image
image
image
 
 
 
 

Website Policy | Privacy Policy | Security Policy | Disclaimer | ข้อกำหนดการใช้ Cookies รองรับการทำงานบน Internet Explorer v.11+, Microsoft Edge, Firefox v.47.0+, Chrome v.51+

จำนวนการเข้าชม : 27,243