วัดวัง (Wat Woeng)

          วัดวัง (Wat Woeng)

           วัดวังเป็นวัดโบราณที่มีความสำคัญคู่กับเมืองพัทลุงมาตลอดสมัยรัตนโกสินทร์ เพราะเคยเป็นสถานที่ประกอบพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาของข้าราชการเมืองพัทลุงมาแล้วในอดีต จนกระทั่งทางราชการได้ได้ยกเลิกพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาและได้มีการย้ายเมืองพัทลุงจากตำบลลำปำไปตั้งที่ตำบลคูหาสวรรค์ คือที่ตั้งเมืองปัจจุบันเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๙ ในปัจจุบันวัดวังยังคงเป็นวัดสำคัญที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางพุทธศาสนาในวาระต่าง ๆ เป็นแหล่งรวมของศิลปกรรมที่งดงาม ที่กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนไว้ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๘ และประกาศเขตโบราณสถานอีกด้วย

          วัดวัง ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ ๔ ตำบลลำปำ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง วัดวังมีที่มา ๒ ประการ คือ ๑)  ทางทิศใต้ของวัดมีวังน้ำลึกมากเรียกว่า "หัววัง" จึงเรียกวัดวัง และ ๒)  เป็นวัดที่ตั้งอยู่ใกล้กับวังหรือจวนเจ้าเมืองจึงเรียกวัดวัง วัดวังเป็นวัดโบราณของจังหวัดพัทลุงสร้างขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น แต่ไม่ทราบศักราชที่แน่ชัดเนื่องจากหลักฐานยังขัดแย้งกันอยู่ แต่จากจารึกที่ปรากฎความว่า "...เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๐๒ ปีมะแมเอกศก พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๔ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสเมืองสงขลาและปัตตานี ครั้งนั้นพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงยังทรงพระเยาว์ ได้ตามเสด็จพระราชดำเนินออกมาด้วยพระยาพัทลุง (ทับ) กับพระวรนารถสัมพันธพงษ์ (น้อย) ได้ไปเฝ้าทูลละอองพระบาทที่เมืองสงขลา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงเคารพโดยมีพระราชดำรัสว่าญาติกัน ได้พระราชทานเหรียญเฟื้องทองคำตราช้างแก่พระยาพัทลุง (ทับ) ๑๐๐ เหรียญ และพระวรนารถสัมพันธพงษ์ (น้อย) ๑๐๐ เหรียญ ต่อมาพระยาพัทลุง (ทับ) ให้หลวงยกกระบัตร (นิ่ม) ไปรื้อเอาปืนบาเหรี่ยมมาแต่เข้าชัยบุรีเมืองเก่าทั้ง ๒ กระบอกมาไว้ที่กลางเมืองพัทลุงกับไปรื้อกำแพงเมืองที่เขาชัยบุรี มาปฏิสังขรณ์วัดวัง ซึ่งเป็นวัดของพระยาพัทลุง (ทองขาว) บิดาสร้างขึ้นเป็นวัดถือน้ำไว้กลางเมืองพัทลุง ทั้งกุฎิ วิหาร อุโบสถ เจดีย์สถาน และวาดเขียนพร้อมเสร็จบริบูรณ์ได้มีงานฉลอง ปีวอก โทศก พ.ศ. ๒๔๐๓..." หรือจากพงศาวดารเมืองพัทลุงระบุว่าพระยาพัทลุง (ทองขาว) เป็นผู้สร้างวัดวังแต่ไม่ปรากฏปีศักราช ได้ทำการแล้วเสร็จ มีการฉลองเมื่อวันจันทร์ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๗ พ.ศ. ๒๓๕๙ ตรงกับสมัยรัชกาลที่ ๒ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์หนังสือพงศาวดารและลำดับวงศ์สกุลเมืองพัทลุงซึ่งเรียบเรียงโดยพระยาโสภณพัทลุงกุล (สว่าง ณ พัทลุง) ระบุว่าพระยาพัทลุง (ทองขาว) เป็นผู้ปฏิสังขรณ์วัดวังขึ้น มีอุโบสถ พัทธสีมา และวิหาร และเป็นวัดสำหรับรับน้ำพระพิพัฒน์สัตยา แต่ในหนังสือประวัติวัดวังของหลวงคเชนทรามาตย์ ระบุไว้ว่าพระยาพัทลุง (ทองขาว) บุตรพระยาพัทลุง (ขุนคางเหล็ก ) เป็นหัวหน้านำญาติพี่น้องและชาวบ้านปฏิสังขรณ์วัดวังขึ้น ส่วนคุณยายประไพ มุตตามระ (จันทโรจวงศ์) บุตรีหลวงศรีวรวัตร (พิณ จันทโรจวงศ์ ผู้เขียนพงศาวดารเมืองพัทลุง) ได้ให้ความเห็นไว้ว่าวัดวังคงจะเริ่มสร้างมาแล้วตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๑ แต่เพราะบ้านเมืองในสมัยนั้นมีศึกษาสงครามกับหัวเมืองมลายู และพม่าอยู่เสมอ จึงทำให้การสร้างวัดมาแล้วเสร็จในสมัยรัชกาลที่ ๒ ในปี พ.ศ. ๒๓๕๙ ในทำเนียบวัดจังหวัดพัทลุงของท่านพระครูอริยสังวร (เอียด) อดีตเจ้าคณะจังหวัดพัทลุงได้ระบุว่าวัดวังสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๓๓๑ ตรงกับสมัยรัชกาลที่ ๑ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
           จากหลักฐานที่กล่าวมาพอจะสันนิษฐานได้ว่าวัดวังสร้างมาก่อน พ.ศ. ๒๓๕๙ (อาจจะสร้างมาแล้วตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๑) จุดประสงค์ของการสร้างวัดนี้อาจเป็นได้ว่าเพื่อใช้เป็นวัดประจำเมืองหรือประจำตระกูล เพราะสมัยนั้นได้ย้ายเมืองพัทลุงมาตั้งที่โคกลุงบริเวณนี้ยังไม่มีวัดที่ใช้ประกอบพิธีทางศาสนา เมื่อสร้างวัดวังขึ้นแล้วก็พิจารณาเห็นว่าวัดควนมะพร้าว ซึ่งใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา มาตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรีนั้นอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองมากเกินไป จึงได้พิจารณายกวัดวังขึ้นเป็นวัดถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา ดังปรากฏในพงศาวดารเมืองพัทลุงว่า พระยาพัทลุง (ทับ) ได้ปฏิสังขรณ์วัดวังซึ่งเป็นวัดของพระยาพัทลุง (ทองขาว) ขึ้นเป็นวัดถือน้ำไว้กลางเมืองพัทลุง ให้มีการฉลองเมื่อวันพฤหัสบดี ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๘ ปีวอก โทศก พ.ศ. ๒๔๐๓ ต่อมาวัดวังได้รับการบูรณะเรื่อยมา จนกระทั่งทางราชการได้ยกเลิกพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาและได้มีการย้ายเมืองพัทลุงจากตำบลลำปำไปตั้งที่ตำบลคูหาสวรรค์ คือที่ตั้งเมืองพัทลุงปัจจุบัน เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๙ วัดวังก็เริ่มทรุดโทรมลงเรื่อย ๆ จนราว พ.ศ. ๒๕๑๒ ทางราชการจึงได้ทำการบูรณะซ่อมแซมวัดวังให้มั่นคงถาวรจนกระทั่งทุกวันนี้


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image


คะแนนโหวต :
image
image
image
image
 
 
 
 

Website Policy | Privacy Policy | Security Policy | Disclaimer | ข้อกำหนดการใช้ Cookies รองรับการทำงานบน Internet Explorer v.11+, Microsoft Edge, Firefox v.47.0+, Chrome v.51+

จำนวนการเข้าชม : 27,226